พันธุกรรมเล่นบทบาทในการเกิดลิ่มเลือดผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 นักวิจัยพบ

พนักงานสาธารณสุขให้วัคซีนโควิด-19 ของ Janssen แก่คนที่ไร้ที่อยู่อาศัยระหว่างการฉีดวัคซีนในชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศและผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ในเซ็นทรัลชาฮีดมีนาร์ กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ.

(SeaPRwire) –   นักวิจัยพบว่า การเกิดลิ่มเลือดที่ร้ายแรงแต่พบน้อยที่เกี่ยวเนื่องกับวัคซีนโควิด-19 ของ Johnson & Johnson และ AstraZeneca Plc นั้น เกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อตนเองที่บางคนมีความเสี่ยงต่อมากกว่า การค้นพบนี้จะช่วยกําหนดการพัฒนาวัคซีนในอนาคต

วัคซีนที่ใช้ไวรัสแอเดนโนไวรัสเป็นพาหะ เช่นวัคซีนของ J&J และ AstraZeneca ที่ถูกถอนออกจากตลาดในภายหลังนั้น มีองค์ประกอบหนึ่งที่สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่มีพันธุกรรมรับความเสี่ยงสร้างตัวตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่มีโครงสร้างผิดปกติต่อโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดลิ่มเลือด และนักวิจัยวางแผนที่จะระบุสาเหตุและพยายามกําจัดออกโดยใช้วิธีทางพันธุศาสตร์

การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหานี้นั้น พบว่ามีความคล้ายคลึงกันมากกับการติดเชื้อไวรัสหวัดธรรมดา ซึ่งมักทําให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัด แต่ยังไม่ทราบว่าจํานวนผู้ที่อาจมีความเสี่ยงต่อปัญหานี้มีจํานวนเท่าไร กล่าวคือ ทอม กอร์ดอน หัวหน้าทีมภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส ในเซาท์ออสเตรเลีย ผู้นําทางด้านการสืบสวนทางโมเลกุลที่นําไปสู่การค้นพบนี้

การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวเนื่องกับวัคซีนนี้เป็น “โรคใหม่” หนึ่ง ดังที่เขากล่าวในการสัมภาษณ์ นักเวชศาสตร์การไหลเวียนเลือดและผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉินน่าจะพบกรณีเหล่านี้มากขึ้นเมื่อได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหานี้มากขึ้น

“มันเป็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อตนเองประเภทหนึ่งที่เราทราบถึงสาเหตุการเกิด” กล่าวโดยนักภูมิคุ้มกันวิทยาชื่อ เจมส์ แมคคลัสกี รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ผู้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวิจัยนี้ “นี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ เพราะในส่วนใหญ่เราไม่ทราบถึงสาเหตุการเกิด”

การถอนวัคซีนออกจากตลาด

จากกว่า 18 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนของ J&J ซึ่งเป็นวัคซีนเข็มเดียว พบกรณีภาวะการเกิดลิ่มเลือดที่ระบุข้างต้น และมีผู้เสียชีวิต 9 รายตามสถิติของโรงเรียนการแพทย์เยล

จํานวนกรณีเสียชีวิตเกี่ยวเนื่องกับการเกิดลิ่มเลือดจากวัคซีนของ AstraZeneca นําไปสู่การถอนวัคซีนออกจากตลาดหรือจํากัดการใช้ในประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ และประเทศอื่นๆ ในปี 2564 กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ ในผู้ที่ได้รับวัคซีน Astra อายุต่ํากว่า 60 ปีในออสเตรเลีย ซึ่งวัคซีนนี้ไม่ได้มีจําหน่ายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ถอนการอนุญาตการตลาดของวัคซีนนี้ในเดือนมีนาคม 2567

บทความนี้ให้บริการโดยผู้ให้บริการเนื้อหาภายนอก SeaPRwire (https://www.seaprwire.com/) ไม่ได้ให้การรับประกันหรือแถลงการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

หมวดหมู่: ข่าวสําคัญ ข่าวประจําวัน

SeaPRwire จัดส่งข่าวประชาสัมพันธ์สดให้กับบริษัทและสถาบัน โดยมียอดการเข้าถึงสื่อกว่า 6,500 แห่ง 86,000 บรรณาธิการและนักข่าว และเดสก์ท็อปอาชีพ 3.5 ล้านเครื่องทั่ว 90 ประเทศ SeaPRwire รองรับการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น อาหรับ จีนตัวย่อ จีนตัวเต็ม เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เยอรมัน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และภาษาอื่นๆ 

“AstraZeneca ต้องการให้มีการศึกษาวิ

Next Post

Raytech Holding: Making Nasdaq Debut as It Pioneers Personal Care Electrical Appliances in a Booming Market

พฤหัส พ.ค. 16 , 2024
Hong Kong, China – May 16, 2024 – (SeaPRwire) – In the dynamic world of personal grooming, Raytech Holding (Nasdaq: RAY) emerges as a shining star, dedicated to enhancing consumer lifestyles through its innovative range of personal care electrical appliances. Since its inception in 2013, this Hong K […]