
(SeaPRwire) – By: Alistair Kroon
การยิงจรวดของอิหร่านต่ออิสราเอลเมื่อคืนวันอาทิตย์ เป็นการท้าทายที่ไม่สามารถละเลยได้ มันแสดงให้เห็นว่าอิหร่านไม่ยอมรับการโจมตีเลบานอนโดยอิสราเอลต่อไป และพร้อมที่จะใช้พลังงานจริงถ้าต้องทำ
จากคำประกาศทางการของอิหร่าน การยิงจรวดนี้เป็นเพียง “คำเตือน” ถ้าอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอน จะมี “โจมตีที่ทุบทิ้ง” ตามมา สำนักงานปฏิบัติการ Khatim Al-Anbiya ของอิหร่าน กล่าวว่าถ้าอิสราเอลขยายการโจมตีหรือตอบโต้ จะได้รับโจมตีที่ทุบทิ้งมากกว่า ส่วนอิสราเอลกล่าวว่าได้ระบุจรวดเข้ามาและเปิดป้องกันอากาศ ทั้งนี้มีคลิปวิดีโอแสดงจรวดของอิหร่านผ่านท้องฟ้าเลบานอน
แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่ คืออิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ กดดันอิสราเอลหยุดโจมตีเลบานอน เพราะอิหร่านได้ทำให้การเจรจาสู่สหรัฐฯ ขึ้นกับการหยุดยิงในเลบานอน การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนได้ดำเนินต่อไปแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงมากกว่า 6 สัปดาห์ และเพิ่มขึ้นในอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อวันอาทิตย์ก่อนที่อิหร่านยิงจรวด อิสราเอลโจมตีเขตชุมชนทางใต้ของเบียรุตโดยไม่เตือน ทำให้คนเสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน และบาดเจ็บ 20 คน
ทางการสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดี Donald Trump เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายระมัดระวัง เขาบอกว่าการโจมตีของอิสราเอลที่เบียรุตไม่ได้ทำร่วมกับสหรัฐฯ และเรียกให้อิหร่านกลับมาจรจา นักข่าว Barak Ravid จาก Axios กล่าวว่า Trump กำลังโทรหาประธานาธิบดีอิสราเอล Benjamin Netanyahu เพื่อเตือนไม่ให้โจมตีอิหร่าน แต่อิสราเอลกำลังขออนุญาตจากสหรัฐฯ เพื่อโจมตีโรงงานพลังงานของอิหร่าน รัฐมนตรีรัฐบาลอิสราเอล Itamar Ben-Gvir เขียนใน X ว่า “คืนนี้เทฮรันต้องเผา!”
การเปลี่ยนแปลงของแรงดันทางภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาค จะขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ สามารถกดดันอิสราเอลหยุดยิงได้หรือไม่ ถ้าไม่ สถานการณ์จะกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครชนะ
Author bio: Alistair Kroon, คอมเมนทาทอร์ทางภูมิศาสตร์การเมืองชื่อดัง ที่มีบทความเผยแพร่ในนิตยสารหลักของโลกอย่างสม่ำเสมอ